ประหยัดพลังงานด้วย คีย์บอร์ดไร้สาย"พลังงานแสงอาทิตย์"

ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ม.4 ฟิสิกส์มัธยม ฟิสิกส์มหาลัย โจทย์ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์
เมษายน 21, 2019, 01:44:37 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
คุยกับ webmaster
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประหยัดพลังงานด้วย คีย์บอร์ดไร้สาย"พลังงานแสงอาทิตย์"  (อ่าน 2261 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Webmaster™
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 269



เว็บไซต์
| |
« เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2010, 02:38:07 PM »

     
      Logitech บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์รอบข้างสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดได้ พัฒนาแก็ดเจ็ตที่รักษ์โลกที่น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่า มันน่าจะมีนานแล้ว นั่นคือ การเปิดตัวคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้แทนการใช้แบตเตอรี่ นั่นทำให้ K750 เป็นคีย์บอร์ดไร้สายรักษ์โลกที่น่าใช้มากทีเดียว

      K750 คีย์บอร์ดไร้สายพลังแสงอาทิตย์ (Wireless Solar Keyboard) จะมีความบางแค่ 0.33 นิ้ว ช่วยคุณประหยัดเงินในการที่จะต้องซื้อแบตเตอรี่มาเปลี่ยนได้มากทีเดียว เนื่องจากมันสามารถรีชาร์จตัวเองภายใต้แสงธรรมชาติได้ ทั้งนี้ทาง Logitech กล่าวว่า K750 ได้รับการออกแบบให้ใช้งานในที่ๆ มีแสงสว่างเล็กน้อย โดยเมื่อแบตเตอรี่เต็ม ผู้ใช้สามารถใช้งาน K750 ในที่มึดได้นานถึง 3 "เดือน" สนนราคาของ K750 อยู่ที่ 80 เหรียญฯ หรือประมาณ 2,400 บาท
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=h3RSFWvXKBw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=h3RSFWvXKBw</a>

ทำไมแสงอาทิตย์จึงสามารถเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า ได้คำถามนี้อาจอธิบายได้ดังนี้รังสีของดวงอาทิตย์ประกอบอนุภาคของพลังงานที่เรียกว่า "โฟตอน (Pohton) โฟตอนจะถ่ายเทพลังงานให้กับอิเล็กตรอนในสารกึ่งตัวนำของเซลล์แสงอาทิตย์จน อยู่ในสถานะ Excited State เมื่ออิเล็กตรอนได้รับพลังงานจากโฟตอนแล้ว (Excited Electron) จะกระโดดออกมาจากอะตอมและสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระดังนั้นเมื่อ อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ครบวงจรจะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นขั้วไฟฟ้า (Electrode) ที่อิเล็กตรอนมารวมกันและเคลื่อนที่ผ่านเรียกว่า "ขั้วลบ" และขั้วที่อยู่ตรงข้ามจะเรียกว่า "ขั้วบวก" เมื่อขั้วทั้ง 2 ถูกต่อด้วยหลอดไฟฟ้าก็จะทำให้มีแสงสว่างเกิดขึ้นสารกึ่งตัวนำที่นิยมนำมา ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ ในปัจจุบันคือสารซิลิคอนสาเหตุเพราะมีราคาต่ำและหาได้ง่ายในธรรมชาติ การผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ สารซิลิคอนบริสุทธิ์ปรกติจะมีความเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ต่ำมากเพราะอิเล็กตรอน ไม่มีการเคลื่อนที่ในบอนด์ แต่เมื่อใช้วิธีการโดปปิ้ง (Doping) โดยสารโบรอน (Boron) จะทำให้ความเป็นตัวนำไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพราะโบรอน (Boron) จะทำตัวเป็นตัวพาประจุ (Charge Carrier) ซึ่งเป็นประจุบวกคือไม่มีอิเล็กตรอนแต่จะเป็นช่องว่างที่เรียกว่า Gaps หรือโฮล (holes) ซึ่งอิเล็กตรอนจะมาจับคู่ด้วยในโครงสร้างของรูปผลึกสารซิลิคอนเมื่อผ่านขบวน การนี้แล้ว เรียกว่า P-type การโดปปิ้งอีกแบบหนึ่งโดยใช้สาร ฟอสฟอรัส (Phosphorous) สารซิลิคอนที่ผ่านขบวนการโดปปิ้งแล้วเรียกว่า N-type ซึ่งหมายความว่าฟอสฟอรัสจะทำหน้าที่เป็นตัวพาอิเล็กตรอนหรือประจุลบเหมือน กับในโลหะทั่วไป ซิลิคอนเกือบทั้งหมดในเซลล์แสงอาทิตย์ คือส่วนที่เป็น P-type ในขณะที่ผิวส่วนหน้าของเซลล์ด้านที่แสงตกกระทบจะเป็นเพียงชั้นบาง ๆ เป็นแบบ N-type รอยต่อที่อยู่ระหว่างชั้นทั้ง 2 เรียกว่า pn junction ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในเซลล์แสงอาทิตย์เพราะจะเป็นบริเวณที่มีประจุอิสระ เคลื่อนที่ผ่านและทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าขึ้นระหว่าง Junction ในส่วนของซิลิคอนที่เป็น N-type นั้นอิเล็กตรอนสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระที่อุณหภูมิของห้องในขณะที่ ซิลิคอนส่วนที่เป็น P-type มีส่วนที่เรี่ยกว่าโฮล คือส่วนที่อิเล็กตรอนขาดหายไป (Electron space) สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระที่อุณหภูมิของห้องเช่นกัน เมื่อประจุอิสระเหล่านี้เคลื่อนที่ข้ามรอยต่อ pn junction จะเกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้า (Voltage) ระหว่างรอยต่อบนสารกึ่งตัวนำก็จะ เกิดการผลิตประจุอิเล็กตรอนอิสระและโฮลขึ้นอย่างมากมาย มีแรงเคลื่อนไฟฟ้าระหว่าง pn junction แรงเคลื่อนไฟฟ้าเกิดขึ้นการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนซึ่งก็คือการเกิดกระแส ไฟฟ้าขึ้นนั่นเอง
  สารกึ่งตัวนำที่นิยมนำมาผลิตเป็น Solar Cell ได้แก่ ซิลิคอนที่มีรูปผลึกและไม่มีรูปผลึก (Crystalline และ Amorphous Silicon ) แกลเลี่ยม อาเซไนด์ (Gallium Arrsenide) อินเดียม ฟอสไฟด์ (Indium Phosphide) แคดเมียม เทลเลอไรด์ (Cadmium Telluride) และคอปเปอร์ อินเดียม ไดเซเลไนด์ (Copper Indium Diselenide CIS) เป็นต้น การค้นพบการตอบสนองทางไฟฟ้าเมื่อมีแสงตกกระทบบนวัตถุถูกค้นพบโดยนักวิทยา ศาสตร์ชื่อ Edmond Becquerel ในปี ค.ศ. 1839 เขาได้สังเกตุเห็นว่าเมื่อมีแสงตกกระทบบนด้านหนึ่งของ Electrochemical Cell แล้วจะมีการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อจากนั้นได้มีการผลิต Selenium Photovoltaic Cell ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1883 ในปี ค.ศ. 1905 มี การค้นพบว่าจำนวนระดับพลังงานของอิเล็กตรอนของวัสดุที่มีความไวต่อแสงจะ เปลี่ยนแปลงไปตามความเข้มและความยาวคลื่นของแสงที่ตกกระทบบนวัสดุนั้น ๆ การทำงานของเซลล์แสงอาทิตย์


Credit:arip.co.th,goodsclick.com

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 08, 2010, 02:40:08 PM โดย Webmaster™ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Modifications by Dekphysics.Com Team Valid XHTML 1.0! Valid CSS!