อินโดฯ ภัยพิบัติซ้ำ!! ภูเขาไฟระเบิด แล้วไทยล่ะ?

ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ม.4 ฟิสิกส์มัธยม ฟิสิกส์มหาลัย โจทย์ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์
มิถุนายน 20, 2019, 01:58:26 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
คุยกับ webmaster
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อินโดฯ ภัยพิบัติซ้ำ!! ภูเขาไฟระเบิด แล้วไทยล่ะ?  (อ่าน 6188 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Webmaster™
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 269



เว็บไซต์
| |
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2010, 01:13:43 PM »


   เอเอฟพี - พบเด็ก 3 เดือนเสียชีวิตในวันอังคาร(26) สืบเนื่องจากหายใจติดขัด หลังภูเขาไฟเมราปีของอินโดนีเซียพ่นเถ้าถ่านออกมา โดยเด็กรายนี้นับเป็นผู้เคราะห์ร้ายรายแรกจากเหตุปะทุของภูเขาไฟลูกนี้ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บไปแล้วมากกว่า 20 คน
  "เด็กมีอาการหายใจติดขัดอย่างรุนแรงจากการสูดฝุ่นเถ้าถ่านของภูเขาไฟ เข้าไปและเราไม่สามารถช่วยชีวิตเธอได้ทัน" แพทย์รายหนึ่งจากโรงพยาบาลมุนติลัน โฮสพิทอล ซาซองโก บอกกับสำนักข่าวเมโทรทีวี
   เด็กหญิงรายนี้นับเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกจากเหตุปะทุของภูเขาไฟซึ่ง ตั้งอยู่ในชวากลาง และห่างจากเมืองยอกยาการ์ตา อันเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ราว 25 กิโลเมตร นอกจากนี้แล้วผู้สื่อข่าวของเอพีรายงานว่ายังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ มากกว่า 20 รายจากเถ้าถ่านอันร้อนระอุที่ปลิวออกมาจากภูเขาไฟเมราปี โดยทั้งหมดถูกนำตัวส่งสถานพยาบาลเพื่อทำการรักษาแล้ว
   ซูบันดริโว นักภูเขาไฟวิทยาในพื้นที่กล่าวว่าเหตุปะทุได้เริ่มขึ้นในช่วงก่อนค่ำวัน อังคาร(26)ไม่นาน หลังจากที่มัน ส่งเสียงครืนมานานหลายชั่วโมง นักวิทยาศาสตร์เคยเตือนว่าแรงกดกันที่ก่อตัวขึ้นใต้ฐานลาวาภูเขาไฟเม ราปี อาจจุดชนวนเกิดภูเขาไฟระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว
   ภูเขาไฟเมราปี เป็นภูเขาไฟที่เคยมีการปะทุรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย โดยการปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2006 ได้คร่าชีวิตชาวท้องถิ่นไป 2 ราย แต่การระเบิดเมื่อปี 1930 อันเลวร้าย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,300 คน และเปลวควันอันร้อนระอุจากการระเบิดอีกครั้งเมื่อปี 1994 ก็สังหารชีวิตผู้คนไปมากกว่า 60 ราย สำนักวิทยาภูเขาไฟอินโดนีเซีย ได้ยกระดับการเตือนภัยขึ้นเป็นระดับสูงสุดและทางการสั่งอพยพผู้อยู่อาศัยแถบ นั้นราว 11,400 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชราและเด็ก ขณะที่ผู้ใหญ่จำนวนมากขออยู่เฝ้าบ้านและไร่น่าที่ตั้งอยู่บริเวณเนินอันอุดม สมบูรณ์ของภูเขา
 อนึ่ง ก่อนหน้าจะเกิดภูเขาไฟเมราปีระเบิดนั้น ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์และเกิดคลื่นยักษ์สึนามิตามมาถึงขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตแล้วกว่า ร้อยศพและสูญหายอีกราว 5 ร้อยคน


เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับภูเขาไฟ
: ภูเขาไฟระเบิด เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงอย่างหนึ่ง การระเบิดของภูเขาไฟนั้นแสดงให้เห้นว่าใต้ผิวโลกของเราลงไประดับหนึ่ง มีความร้อนสะสมอยู่มากโดยเฉพาะที่เรียกว่า"จุดร้อน" ณ บริเวณนี้มีหินหลอมละลายเรียกว่า แมกมา และเมื่อมันถูกพ่นขึ้นมาตามรอยแตกหรือปล่องภูเขาไฟ เราเรียกว่า ลาวา


สาเหตุของการเกิดภูเขาไฟระเบิด
   กระบวนการระเบิดของภูเขานั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจกระจ่างชัดนัก นักธรณีวิทยาคาดว่ามีการสะสมของความร้อนอย่างมากบริเวณนั้น ทำให้มีแมกมา ไอน้ำ และแก๊ส สะสมตัวอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อให้เกิดความดัน ความร้อนสูง เมื่อถึงจุดหนึ่งมันจะระเบิดออกมา อัตราความรุนแรงของการระเบิด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการระเบิด รวมทั้งขึ้นอยู่กับความดันของไอ และความหนืดของลาวา ถ้าลาวาข้นมากๆ อัตราการรุนแรงของการระเบิดจะรุนแรงมากตามไปด้วย เวลาภูเขาไฟระเบิด มิใช่มีแต่เฉพาะลาวาที่ไหลออกมาเท่านั้น ยังมีแก๊สไอน้ำ ฝุ่นผงเถ้าถ่านต่างๆ ออกมาด้วย มองเป็นกลุ่มควันม้วนลงมา พวกไอน้ำจะควบแน่นกลายเป็นน้ำ นำเอาฝุ่นละอองเถ้าต่างๆ ที่ตกลงมาด้วยกัน ไหลบ่ากลายเป็นโคลนท่วมในบริเวณเชิงเขาต่ำลงไป ยิ่งถ้าภูเขาไฟนั้นมีหิมะคลุมอยู่ มันจะละลายหิมะ นำโคลนมาเป็นจำนวนมากได้ เช่น ในกรณีของภัยพิบัติที่เกิดในประเทศโคลัมเบียเมื่อไม่นานนี้ แหล่งที่มา:คณาจารย์คณะวิทยาศาสตร์.สารานุกรมวิทยาศาสตร์.2534.


แล้วไทยล่ะ ?

กางแผนที่สำรวจ"ภูเขาไฟ" 8 จุดในไทย...มหัตภัยใต้พิภพ (วันที่ 16 ส.ค. 2550)

"มหันตภัย ธรรมชาติ"น่ากลัวอันดับหนึ่งคือ"ภูเขาไฟ" เพลิงพิโรธร้อนแรงที่ระเบิดออกมา แห่งความหายนะซึ่งเฝ้ารอเวลา ที่สุดแห่ง"ภัยพิบัติ" ความ"โหดร้าย"ที่ทรง พลังสุดยอด ซึ่งเป็นภัยคุกคามโลก มันก่อตัวขึ้นจากการปะทุรุนแรงใต้พื้น พิภพ และการพุพอง ของเปลือกโลก ลาวาเหลวร้อนแดงไหลด้วยความเร็ว ขณะที่เมฆ หมอกฝุ่นควันพิษกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้า อุณหภูมิสูง ลาวาเดือดผุด จะทำทุกสิ่ง ให้ย่อยยับ ภูเขาไฟนั้น สามารถที่จะทำให้เกิดความหายนะอื่น ๆ ตามที่ ด้วย เช่น เกิดแผ่นดินไหว คลื่นยักษ์ด้วยถ้าเกิดในทะเล รวมทั้งไฟป่า ด้วย นี่ยังมีภูเขาไฟที่ยังระเบิดไม่หมดอีกมากมาย มันคือหายนะทำลายล้างโลก อย่างแท้จริง  แม้แต่ประเทศไทยที่นายวรวุฒิ ตันติวนิช ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ปรึกษาทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรธรณี และนักวิทยา ศาสตร์หลายคน ค้นพบภูเขาไฟ และมีการคาดการณ์ถึงในอนาคต เพื่อเตรียมตัว รับ"หายนะ"...!!!              "วรวุฒิ" ให้ความเห็นว่า หลายคนมองว่าการเกิดภูเขาไฟเป็นสิ่ง ที่ไกลตัวเอง แต่หากมีการเกิดภูเขาไฟแต่ละครั้งจะสร้างความ"เสียหาย"ให้กับ ประเทศเป็นอย่างมาก จึงมีการศึกษาการเกิดภูเขาไฟขึ้น เพื่อหาวิธีการรับ มือ และวิธีการป้องกันให้ได้มากที่สุด จากการศึกษาของนักธรณีวิทยาพบว่าการ เกิดภูเขาไฟเกิดจากหินหนืดที่อยู่ใต้เปลือกโลกถูกแรงดันอัดให้แทรกรอยแตก ขึ้นสู่ผิวโลก โดยมีแรงปะทุ หรือแรงระเบิดเกิดขึ้น แต่สิ่งที่พุ่งออกมาจาก ภูเขา เมื่อภูเขาไฟระเบิดก็คือ หินหนืด ไอน้ำ ฝุ่นละออง เศษหินและแก๊ส ต่างๆ โดยจะพุ่งออกมาจากปล่องภูเขาไฟเป็นหินหนืดถ้าถูกพุ่งออกมาจากบน พื้นผิวโลกเรียกว่า "ลาวา" แต่ถ้ายังอยู่ใต้ผิวโลกเรียกว่า "แมกมา" ซึ่ง บริเวณที่มีโอกาสเกิดภูเขาไฟ แนวรอยต่อระหว่างเพลตจะเป็นบริเวณที่มีโอกาส เกิดภูเขาไฟได้มากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณที่มีการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก ใต้ พื้นมหาสมุทรลงไปสู่บริเวณใต้เปลือกโลกที่เป็นส่วนของทวีป เพราะเปลือกโลก แผ่นเปลือกโลกที่มุดตัวลงไปจะถูกหลอมกลายเป็นหินหนืด จึงแทรกตัวขึ้นมา บริเวณผิวโลกได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น บริเวณที่อยู่ห่างจากรอยต่อระหว่าง เปลือกโลก ก็อาจเกิดภูเขาไฟได้เช่นกัน ซึ่งเกิดขึ้นโดยกระบวนการที่หินหนืด ถูกดันขึ้นมาตามรอยแยกในชั้นหิน  "วรวุฒิ" บอกอีกว่า จากการตรวจสอบแผนที่ประเทศไทยพบว่าภูเขาไฟ ระเบิดหลายจุดในอดีต โดยนักวิทยาศาสตร์จึงได้มีการเก็บหิน และหลักฐาน บางอย่างตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบหลักฐานที่เก็บมาพบว่าเคยมีภูเขาไฟระเบิด ขึ้นเมื่อประมาณ 7 แสนล้านปีที่ผ่านมา ที่บริเวณ
   1.ภูเขาไฟหินพนมรุ้ง สถาน ที่เขาพนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
   2. ภูเขาไฟหิน หลุบ จ.บุรีรัมย์
   3. ภูเขาไฟอังคาร สถานที่ภูพระอังคาร ต.เจริญสุข อ.เฉลิม พระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
   4. ภูเขาไฟกระโดง สถานที่เขา กระโดง ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
   5. ภูเขาไฟไบรบัด จ.บุรีรัมย์
   6. ภูเขา ไฟคอก จ.บุรีรัมย์
   7.ภูเขาไฟดอยผาดอกจำปาแดด จ.ลำปาง
   8.ภูเขาไฟดอยหิน คอกผาฟู จ.ลำปาง แต่ปัจจุบันภูเขาไฟเหล่านี้ยังคงดับสนิท และไม่พบว่ามีการ เคลื่อนตัว หรือจะเกิดระเบิดขึ้นอีก แต่หลายคนสงสัยว่าภูเขาไฟที่ค้นพบใน ประเทศไทยทำไมถึงไม่มีความสูงเหมือนกับของต่างประเทศ สาเหตุเพราะประเทศไทย เป็นภูเขาไฟแบบโล่ เกิดจากลาวาที่มีความเป็นเบสมีลักษณะเหลว ประกอบกับภูเขา ไฟจะมีหลายแบบ คือ              
 1. ภูเขาไฟแบบกรวยสูง (Steep cone) เกิดจากลาวาที่มีความเป็น กรด หรือ Acid lava cone รูปกรวยคว่ำของภูเขาไฟเกิดจากการทับถมของลาวาที่ เป็นกรด เพราะประกอบด้วยธาตุซิลิกอนมากกว่าธาตุอื่นๆ ลาวามีความข้นและ เหนียว จึงไหลและเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ แต่จะแข็งตัวเร็ว ทำให้ไหล่เขาชัน มาก ภูเขาไฟแบบนี้จะเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง              
 2. ภูเขาไฟแบบโล่ (Shield Volcano) เกิดจากลาวาที่มีความเป็น เบส (Basic lava volcano) เพราะประกอบด้วยแร่เหล็ก และแมกนีเซียมลาวามี ลักษณะเหลว ไหลได้เร็วและแข็งตัวช้า การระเบิดไม่รุนแรง จะมีเถ้าถ่านและเศษ หินก้อนเล็ก และควันพ่นออกมาบริเวณปากปล่อง ซึ่งผลจากการเกิดภูเขาไฟ ระเบิด หินหนืดหรือลาวาพุ่งขึ้นมาจากการระเบิดของภูเขาไฟ และไหลลงสู่บริเวณ ที่มีระดับต่ำกว่า สร้างความเสียหายให้แก่มนุษย์ หรือเกิดแผ่นดินไหว เนื่อง จากการปรับตัวระหว่างหินหนืด กับชั้นหินบริเวณข้างเคียง
 3. ภูเขาไฟแบบกรวยกรวด (Ash and cinder cone)มีลักษณะเป็นกรวย สูงขึ้น ฐานแคบเป็นภูเขาไฟที่มีการระเบิดรุนแรงที่สุด
 4. แบบสลับชั้น (Composite cone) เป็นภูเขาที่มีรูปร่าง สมมาตร (Symmetry) กรวยของภูเขาไฟมีหลายชั้น บางชั้นประกอบด้วยลาวา และเถ้าถ่าน สลับกันไป ถ้ามีการระเบิดรุนแรงจะมีลาวาไหลออกมาจากด้านข้างของไหล่เขา เป็น ภูเขาไฟที่มีปล่องขนาดใหญ่ และมีแอ่งปากปล่อง (Crater) ขนาดใหญ่ "
       แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าภูเขาไฟที่ค้นพบในประเทศไทยไม่มีการ เคลื่อนตัวมาหลายแสนปี แต่โอกาสที่จะเกิดระเบิดก็ยังมีอยู่ถึงแม้ว่าจะมี น้อยก็ตาม เพราะทุกวันโลกมีการเคลื่อนตัวหมุนรอบตัวเองตลอดเวลา ซึ่งอาจจะ เป็นไปได้ภูเขาไฟที่พบตามจุดต่างๆในประเทศไทยอาจจะเกิดเคลื่อนตัวอีก ครั้ง และอาจจะเกิดระเบิดขึ้น จึงต้องมีการศึกษา และเตรียมความพร้อมรับ มือ" นายวรวุฒิ กล่าว ด้าน ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่ง ชาติ กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยจะมีภูเขาไฟที่มีโอกาสน้อยที่จะเกิดระเบิด ขึ้น แต่ในปัจจุบันการเกิดภูเขาไฟระเบิดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกนาทีบนผิว โลก แม้แต่ในขณะนี้ยังมีภูเขาไฟเกิดขึ้นอยู่ใต้ท้องทะเลตลอดเวลาและอยู่ บริเวณรอบประเทศไทย แต่ประชาชนไม่สามารถที่จะมอบเห็นได้ ซึ่งเป็นการปล่อย พลังงานสู่พื้นโลก แต่เราก็ไม่สามารถที่จะนิ่งนอนใจอะไรได้ หากเกิดภูเขาไฟ ระเบิดในเขตรอบข้างประเทศไทยจะต้องได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างแน่นอน จากการที่มีการตรวจสอบในผิวโลกพบว่ามีจุดที่อาจจะเกิดภูเขาไฟ อยู่ไม่ต่ำกว่า 100 จุด แต่ที่อยู่รอบประเทศไทยมีอยู่ ประมาณ 50 จุด คือ บริเวณรอบมหาสมุทรฟิลิปปินส์ 45 จุด และที่น่าเป็นห่วง มากที่สุดบริเวณเกราะอันดามันนิโคบา ซึ่งมีภูเขาไฟที่เรียกว่าไพโรคลาสติ ก (Pyro Clatic) ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างออกจากประเทศไทยประมาณ 200 ไมล์ ทะเล และเคยเกิดภูเขาไฟระเบิดเมื่อปี 1997 ที่ผ่านมา หากภูเขาไฟไพโรคลาสติ กเกิดระเบิดอีกครั้งจะส่งผลกระทบให้กับประเทศไทย ซึ่งอาจจะเกิดแผ่นดิน ไหว และจะเกิดเป็นคลื่นทะเลที่สูงมาก จนกระทั้งเป็นคลื่นสึนามิอีก ครั้ง พร้อมทั้งจะส่งผลกระทบมลพิษทางอากาศในจังหวัดภาคใต้  การเกิดภูเขาไฟระเบิด และการเกิดแผ่นดินไหว จะมีการเชื่อมโยง กัน เพราะเมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นสิ่งที่ตามมา คือ ภูเขาไฟระเบิด สาเหตุ เกิดจากเปลือกจะแยกออกจากกันเป็นแผ่นทวีป ซึ่งบางพื้นที่มีการเคลื่อนที่ออก จากกัน หากบริเวณที่เปลือกโลกมีการยุบตัวลงจะเป็นจุดที่เกิดแผ่นดินไหว และ ภูเขาไฟระเบิดขึ้นได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้เปรียบเทียบภูเขาไฟเหมือนกับกา ต้นน้ำร้อน หากน้ำเดือดน้ำร้อนจะพุ่งออกจากกาน้ำก็เหมือนกับภูเขาไฟ ประเทศไทยน่าเป็นห่วง เพราะมีภูเขาไฟล้อมรอบ และอาจจะเกิดแผ่น ดินไหวตลอดเวลา จึงมีคำถามว่าเราจะสามารถป้องกันตัวเองได้อย่างไร ซึ่งทาง ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ICT) กำลังจะมีการของบประมาณ 100 กว่าล้าน บาท เพื่อซื้อทุ่นลอยตรวจสอบคลื่นไว้บริเวณทะเลอันดามัน เพื่อเตือนภัยหาก เกิดแผ่นดินไหวจะสามารถเตือนภัยได้ทัน ซึ่งทุ่นลอยที่มีการติดตั้งไปนั้นมี การติดตั้งระหว่างมหาสมุทรอินเดียห่างออกจากประเทศไทยประมาณ 1,000 ไมล์ทะเล ถือว่ามีระยะทางที่ไกลออกมาก  แต่อย่างไรก็ตามนั้นเป็นการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ แต่เราจะ ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าภัยธรรมชาติเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่สิ่งที่ ทุกคนสามารถทำได้คือการศึกษาของภัยธรรมชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับ มือให้ทันเวลา (คอลัมน์:สกู๊ปแนวหน้า)


Credit: scratchpad.wikia.com, news.sanook.com,manager.co.th

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2010, 01:47:58 PM โดย Webmaster™ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Modifications by Dekphysics.Com Team Valid XHTML 1.0! Valid CSS!