ประกาศผลรางวัลโนเบล 2010 สาขาฟิสิกส์

ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ม.4 ฟิสิกส์มัธยม ฟิสิกส์มหาลัย โจทย์ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์
เมษายน 21, 2019, 02:03:22 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
คุยกับ webmaster
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประกาศผลรางวัลโนเบล 2010 สาขาฟิสิกส์  (อ่าน 2606 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Webmaster™
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 269



เว็บไซต์
| |
« เมื่อ: ตุลาคม 10, 2010, 06:10:02 PM »

(ซ้ายไปขวา) ไกม์และโนโวเซลอฟ (เอเอฟพี)

โนเบลฟิสิกส์ 2010 ยกให้ 2 นักฟิสิกส์คู่ศิษย์อาจารย์ผู้พัฒนา “กราฟีน” แผ่นคาร์บอนบางแค่ 1 อะตอม แต่มีคุณสมบัติพิเศษกลายเป็นสุดยอดวัสดุทั้งแข็งแรงและบางเบา แถมนำไฟฟ้าได้ ประยุกต์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อาจแทนที่ทรานซิสเตอร์ซิลิกอนในอนาคต และนำไปสู่คอมพิวเตอร์ทรงประสิทธิภาพ
      
       ราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (The Royal Swedish Academy of Sciences) ประกาศให้ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2010 คือ อังเดร ไกม์ (Andre Geim) และ คอนสแตนติน โนโวเซลอฟ (Konstantin Novoselov) จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ (University of Manchester) สหราชอาณาจักร “ในฐานะผู้พัฒนาแผ่นกราฟีน 2 มิติ” เมื่อวันที่ 5 ต.ค. เวลา 16.45 น. ตามเวลาประเทศไทย
      
       สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความเห็นของคณะกรรมการฯ ว่า ทั้ง 2 คนได้ทำให้เห็นว่าคาร์บอนจะอยู่ในรูปบางที่สุดได้แค่ไหน โดยพวกเขาสามารถทำให้แผ่นคาร์บอนบางได้เพียง 1 อะตอม ซึ่งสร้างคุณสมบัติพิเศษ ที่เป็นต้นกำเนิดของโลกแห่งฟิสิกส์ควอนตัม
      
       ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานคำแถลงของคณะกรรรมการฯ เพิ่มเติมว่า กราฟีนนั้นเป็นรูปแบบของคาร์บอนที่สามารถนำไฟฟ้าได้ และกราฟีนยังเป็นการจัดเรียงอะตอมที่สมบูรณ์อีกด้วย
      
       ข้อมูลจากเว็บไซต์รางวัลโนเบลระบุว่า กราฟีนคือการเรียงตัวรูปแบบหนึ่งของคาร์บอน และเป็นตัวอย่างหนึ่งของวัสดุที่มีความสมบูรณ์แบบ คือ มีความบางที่ สุดเพียง 1 อะตอม และยังแข็งแรงที่สุดอีกด้วย อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดีพอๆ กับทองแดง และยังนำความร้อนได้ดีกว่าวัสดุใดๆ ที่เรารู้จัก
      
       นอกจากนี้ ยังมีความโปร่งใสแต่ทึบ จนแม้ฮีเลียมซึ่งเป็นอะตอมของก๊าซที่เล็กที่สุดก็ไม่สามารถผ่านได้ และครั้งนี้คาร์บอนซึ่งเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่เราอีกครั้ง
      
       ไกม์และโนโวเซลอฟได้แยกกราฟีนออกจากกราไฟต์ ซึ่งก็คือส่วนประกอบของไส้ดินสอ แล้วใช้เทปกาวใสจัดการกับผลึกคาร์บอนให้ได้ความหนาเพียง 1 อะตอม นับวัสดุที่บางที่สุดในโลก แต่หลายคนไม่เชื่อว่าวัสดุที่มีผลึกบางแค่นั้นจะเสถียรอยู่ได้ อย่างไรก็ดี ตอนนี้นักฟิสิกส์สามารถศึกษาวัสดุ 2 มิติประเภทใหม่ ที่มีคุณสมบัติเฉพาะด้วยแผ่นกราฟีนนี้ได้
      
       ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย จึงมีการประยุกต์ใช้กราฟีนเพื่อพัฒนาวัสดุและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เห็น บ้างแล้ว โดยคาดว่าทรานซิสเตอร์จากกราฟีนจะเร็วกว่าทรานซิสเตอร์จากซิลิกอนที่ใช้อยู่ ทุกวันนี้ และจะทำให้ได้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
      
       อีกทั้งคุณสมบัติโปร่งแสงและเป็นตัวนำที่ดีทำให้กราฟีนเหมาะที่จะ พัฒนาเป็นหน้าจอสัมผัสหรือทัชสกรีน แผงไฟส่องสว่าง หรือแม้กระทั่งเซลล์แสงอาทิตย์
      
       นอกจากนี้ หากผสมพลาสติกกับกราฟีนจะได้ตัวนำไฟฟ้าที่ต้านความร้อนได้และแข็งแรงด้วย ซึ่งความยืดหยุ่นนี้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเป็นสุดยอดวัสดุที่ทั้งบาง ยืดหยุ่นและเบา โดยในอนาคตสามารถใช้วัสดุใหม่นี้ได้ในการผลิตดาวเทียม เครื่องบินและรถยนต์
      
       ทั้งนี้ ไกม์และโนโวเซลอฟทั้งคู่เป็นชาวรัสเซียโดยกำเนิด ซึ่งไกม์เกิดที่เมืองโซชี อดีตสหภาพโซเวียตในปี 1958 ศึกษาจนได้ปริญญาเอกในปี 1987 จากสถาบันโซลิด สเตท ฟิสิกส์ (Institute of Solid State Physics at the Russian Academy of Sciences.) ก่อนหน้านั้นในปี 1982 ไกม์ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งปริญญาโทวิทยาศาสตร์ จากสถาบันมอสโกว ฟิสิคัล-เทคนิค (Moscow Physical-Technical Institute) จากนั้นไปเป็นอาจารย์ฟิสิกส์ประจำมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์
      
       ขณะที่โนโวเซลอฟ เกิดที่นิซไนย์ทากิล ประเทศรัสเซีย ในปี 1974 และได้เข้าศึกษาระดับปริญญาโท ที่สถาบันเดียวกันกับไกม์ (แต่ตามหลัง) ในปี 1997 จากนั้นโนโวเซลอฟได้ศึกษาระดับปริญญาเอก และได้ร่วมงานกับไกม์ที่เนเธอร์แลนด์ ในฐานะลูกศิษย์ในที่ปรึกษา จากนั้นก็ติดตามไกม์มาที่อังกฤษ
      
       ทั้งคู่ได้ทำงานวิจัยร่วมกัน จนกระทั่งปี 2008 พวกเขาก็ได้รับรางวัลยูโรฟิสิกส์ (Europhysics prize) ในฐานะที่ค้นพบและแยกชั้นอะตอมเดี่ยวๆ ของคาร์บอน (สามารถแยกกราฟีนออกจากการ์ไฟต์) ออกมาได้ ซึ่งทำให้เกิดข้ออธิบายว่าคาร์บอนจะสามารถนำไฟฟ้าได้อย่างไร
      
       ปัจจุบันไกม์อายุ 51 ปีและมีสถานภาพเป็นพลเมืองดัตซ์ยังคงทำงานร่วมกับโนโวเซลอฟวัย 36 ปี ที่ได้เป็นพลเมืองอังกฤษ-รัสเซีย ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ โดยทั้งคู่จะได้รับรางวัลร่วมกัน 10 ล้านโครน หรือ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
      
       การประกาศรางวัลของคณะกรรมการจากราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่ง สวีเดนครั้งนี้เป็นการประกาศรางวัลโนเบลสาขาที่ 2 ประจำปี 2010 ส่วนสาขาแรกคือการแพทย์ได้ประกาศไปแล้วในวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ยังเหลืออีก 4 สาขาคือ เคมี, วรรณกรรม, และสันติภาพ ที่จะประกาศวันละสาขาไปจนถึงวันที่ 8 ต.ค. ตามลำดับ จากนั้นจะเปิดท้ายด้วยสาขาเศรษฐศาสตร์ในวันที่ 11 ต.ค.


"กราฟีน" วัสดุที่มีจุดเริ่มต้นจากเทปกาวจะเป็นความหวังของวงการอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่จำกัดอยูภายใต้กฎของมัวร์อีกต่อไป (Scientific American)
“กฎของมัวร์” บอกว่าทรานซิสเตอร์ที่ใส่ลงไปในชิปจะเพิ่มเป็น 2 ทุกๆ 18 เดือน และที่สุดทรานซิสเตอร์ซึ่งอัดแน่นจะทำให้ชิปร้อนขึ้นและลดประสิทธิภาพลง แต่ด้วย “กราฟีน” วัสดุที่คิดค้นโดย 2 นักฟิสิกส์ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลจะทำให้เราไม่ต้องเผชิญปัญหาดังกล่าวอีกต่อ ไป
      
       เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ต้องขึ้นอยู่กับ “กฎของมัวร์” (Gordon Moore) ที่ตั้งชื่อตาม กอร์ดอน มัวร์ (Gordon Moore) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทผลิตชิปอินเทล (Intel) ซึ่งกฎดังกล่าวระบุว่า จำนวนทรานซิสเตอร์ที่สามารถใส่ลงไปในชิปนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกๆ 18 เดือน นั่นอธิบายได้ถึงความเร็วและความจุของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในยุคปัจจุบัน ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
      
       กฎดังกล่าว ซึ่งทำนายโดยมัวร์นั้นคงอยู่จนถึงกลางทศวรรษ 1970 และยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ แต่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า จะเป็นเช่นนั้นอีกต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะประมาณการณ์ว่า ในช่วงต้นปี 2015 วิศวกรที่ยังใช้งานซิลิกอนหรือวัสดุอื่นๆ ที่ใช้ก่อนหน้านี้จะเผชิญกับข้อจำกัดของการย่อส่วน เมื่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากต้องอัดแน่นอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง
      
       อย่างไรก็ดี วัสดุใหม่อย่าง “กราฟีน” (graphene) เป็นวัสดุแห่งความหวังที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ และ ส่งผลให้ อังเดร ไกม์ (Andre Geim) วัย 51 ปี และ คอนสแตนติน โนโวเซลอฟ (Konstantin Novoselov) วัย 36 ปี 2 นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ (University of Manchester) อังกฤษ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2010
      
       กราฟีนเป็นนวัตกรรมจากการจัดเรียงโครงสร้างคาร์บอน ซึ่งประกอบไปด้วยอะตอมชั้นเดียวที่จัดเรียงโครงสร้างแลตติซ (lattice) คล้ายรังผึ้ง แต่ถึงแม้วัสดุที่ใช้มีองคืประกอบเคมีอย่างพื้นๆ แต่แสดงออกถึงความแข็งแรง การนำไฟฟ้าและการกระจายความร้อนและได้อย่างโดดเด่น จึงทำให้วัสดุชนิดใหม่นี้เป็นผู้เช้าชิงอันโดดเด่นที่จะแทนที่ชิปสารกึ่งตัว นำหรือชิปเซมิคอนดัคเตอร์ อีกทั้งยังอธิบายได้ว่าเหตุใดบริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็มและอินเท ลจึงลงทุนมโหฬารในวัสดุชนิดนี้ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นแค่ผลึกบาง
      
       “เพชรอาจเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิง แต่สำหรับกราฟีนนั้นให้วิธีใหม่ในการใส่อิเล็กตรอนเข้าไปในคาร์บอนได้อย่างคาดไม่ถึง” มาร์แชล สโตนแฮม (Marshall Stoneham) ผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์ในลอนดอน (Institute of Physics in London) ให้ความเห็น
      
       ตามทฤษฎีแล้วทรานซิสเตอร์จากกราฟีนนั้น มีความเร็วมากกว่าทรานซิสเตอร์จากซิลิกอนสูงมาก อีกทั้งยังรับกับอุณหภูมิที่สูงกว่าได้ดีกว่าด้วย นอกจากนี้กราฟีนซึ่งโปร่งแสงจนเกือบจะใสแจ๋วนั้น ยังเหมาะที่จะนำไปทำหน้าจอสัมผัส แผงไฟส่องสว่างและอาจรวมถึงเซลล์แสงอาทิตย์ได้ และหากรวมเข้ากับพลาสติกแล้วโครงสร้างผลึกคาร์บอนของกราฟีนจะทำให้ได้วัสดุ ที่แข็งแรงและทนความร้อน ซึ่งสามารถนำวัสดุประเภทนี้ไปใช้กับดาวเทียม เครื่องบินหรือรถยนต์ทรงสมรรถนะได้ในอนาคต
      
       “กราฟีนเป็นที่รู้จักในฐานะวัสดุมหัศจรรย์ ไม่เพียงแค่เป็นวัสดุที่บางที่สุดในจักรวาล แต่ยังแข็งแรงที่สุดเท่าที่เคยวัดได้ มันรองรับกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าทองแดงหลายล้านเท่า” ไกม์ นักฟิสิกส์ที่เพิ่งได้รับรางวัลโนเบลหมาดๆ กล่าว และอธิบายถึงการทดลองปรากฏการณ์ระดับควอนตัมของวัสดุชนิดนี้ซึ่งยังได้ผลออก ไม่ครบ โดยปีที่แล้วเขายังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจากราชบัณฑิตแห่งอังกฤษอีกด้วย
      
       ทั้งนี้ ทฤษฎีเกี่ยวกับกราฟีนเริ่มขึ้นเมื่อปี 1947 แต่เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นักฟิสิกส์ทั้งหลายคิดว่า วัสดุชนิดนี้ไม่สามารถอยู่ได้เดี่ยวๆ เนื่องจากแผ่นผลึกบางนี้รวมตัวกันอย่างไม่เสถียร หากแต่เมื่อปี 2004ไกม์และโนโวเซลอฟได้แสดงให้เห็นความฉลาดและเทคโนโลยีราคาถูกที่ทำได้ จริง โดยมีความพยายามในการใช้เทปกาวธรรมดาๆ ดึงผลึกจากชิ้นกราไฟต์ ซึ่งเป็นรูปแบบของคาร์บอนที่พบได้ในไส้ดินสอ
      
       ตอนนี้กราฟีนยังเป็นได้เพียงวัสดุในห้องทดลอง ซึ่งผลิตได้เป็นเพียงผลึกที่เล็กยิ่งกว่าเศษเสี้ยวของมิลลิเมตร จึงเล็กเกินกว่าที่จะนำไปใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ยุโรปได้สาธิตให้เห็นว่าจะผลผลึกกราฟีน 1 ชั้นบนวัสดุชนิดอื่นที่อยู่บนซิลิกอนคาร์ไบด์ (silicon carbide) อีกชั้นหหนึ่งได้



โนโวเวลอฟ อาจไม่ใช่นักศึกษาที่เรียนเก่งที่สุด แต่ผลงานของเขาก็มีประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ในวงกว้าง (เอเอฟพี)
การได้รับรางวัลโนเบล ฟิสิกส์ของ “โนโวเซลอฟ” ในปีนี้ อาจเป็นบทพิสูจน์ว่าคนเรียนวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่งเสมอไป เมื่ออดีตมหาวิทยาลัยต้นสังกัดออกมาเผยว่า เขาจัดเป็น “นักศึกษาเกรดบี” ที่ไม่ได้เก่งอะไรเลย รวมถึง “ไกม์” คู่หูโนเบล ยังเคยถูกกีดกันจากมหาวิทยาลัยเพราะมีพ่อเป็นเยอรมัน
      
       มหาวิทยาลัยฟิสิกส์และเทคโนโลยีมอสโกว์ หรือเอ็มเอฟทีไอ (The Moscow Physics and Technology University: MFTI) สถาบันที่ คอนสแตนติน โนโวเซลอฟ (Konstantin Novoselov) เคยศึกษาอยู่ระหว่างปี 1991-1994 นั้น รายงานว่า นักฟิสิกส์วัย 36 ปี ซึ่งเกิดที่รัสเซียและเพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2010 นั้น ได้ผลการเรียนด้านฟิสิกส์ทฤษฎีและประยุกต์เป็นเกรดบี (B) เสียมาก
      
       ทั้งนี้ โนโวเซลอฟได้รับรางวัลโนเบลร่วมกับ อังเดร ไกม์ (Andre Geim) ผู้เป็นอาจารย์จากมหามหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ (University of Manchester) จากผลงานการพัฒนา “กราฟีน” วัสดุที่เกิดจากการจัดเรียงอะตอมคาร์บอนที่หนาเพียงอะตอมชั้นเดียว
      
       เอเอฟพียังนำเสนอรายงานของมหาวิทยาลัยอีกว่า โนโวเซลอฟนั้น ไม่เก่งวิชาพลศึกษา ซึ่งเป็นวิชาบังคับของมหาวิทยาลัยในรัสเซียด้วย โดยได้ผลการเรียนแค่เกรดบีเท่านั้น อีกทั้งเมื่อเขาย้ายไปอยู่ที่อังกฤษก็เคยได้เกรดซี (C) ในวิชาภาษาอังกฤษด้วย
      
       นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังเผยข้อมูลของไกม์ ซึ่งศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันนี้ระหว่างปี 1976-1982 ว่าอาจารย์ฟิสิกส์ที่มีประวัติการทำงานที่โดดเด่นนั้น มีข้อด่างพร้อยอย่างเดียวคือการได้เกรดบีไม่กี่ตัว จากวิชาเศรษฐศาสตร์การเมืองของมาร์กซิสต์และภาษาอังกฤษ
      
       ไกม์เคยถูกปฏิเสธ เมื่อสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยในมอสโกว์ ที่เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และฟิสิกส์ และต้องทำงานเป็นช่างกลในโรงงานทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลา 8 เดือน ซึ่งครูมัธยมของเขาได้เผยแก่หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์วอยเดน (Tvoi Den) ว่า ในยุคมืดของโซเวียตนั้น การที่เขามีพ่อเป็นชาวเยอรมันทำให้เขาถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เขา เลือก
      
       “พ่อของเข้าเป็นเยอรมัน เขากล่าวว่าหลังจากพยายามอย่างหนักอยู่ 2 ปีและต้องการที่จะเข้าเรียนที่นั่นให้ได้ เขาก็เข้าใจในภายหลังว่าที่ถูกปฏิเสธนั้นเพราะรายละเอียดชีวประวัติของเขา นั่นเอง” ออลกา เพชโกวา (Olga Peshkova) ครูวัย 72 ปีซึ่งเคยสอนไกม์ และยังคงสอนหนังสืออยู่ ให้ข้อมูลแก่หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์
      
       นอกจากนี้ในเอกสารที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยเอ็มเอฟทีไอนั้นระบุว่า ไกม์ระบุว่าตัวเองเป็น “เยอรมัน” ซึ่งทุกคนที่กรอกรายละเอียดในเอกสาร จำเป็นต้องระบุเชื้อชาติดั้งเดิมของตัวเอง ทั้งนี้ รัสเซียนั้นมีชุมชนชาวเยอรมัน แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่จะอพยพออกมา ซึ่งในยุคที่โซเวียตยังเรืองอำนาจอยู่นั้น ชาวเยอรมันถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่ไซบีเรียและเอเชียกลาง และยังถูกแบ่งแยกในการศึกษาและการงานอีกด้วย

Credit:manager.co.th


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2010, 06:58:09 PM โดย Webmaster™ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Modifications by Dekphysics.Com Team Valid XHTML 1.0! Valid CSS!