1ศตวรรษกับทฤษฎีใหม่ไททานิกอาจเป็นเหยื่อของมิราจ มันเกี่ยวกับฟิสิกส์ไหมหนอ???....

ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ม.4 ฟิสิกส์มัธยม ฟิสิกส์มหาลัย โจทย์ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์
มิถุนายน 20, 2019, 03:17:44 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
คุยกับ webmaster
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 1ศตวรรษกับทฤษฎีใหม่ไททานิกอาจเป็นเหยื่อของมิราจ มันเกี่ยวกับฟิสิกส์ไหมหนอ???....  (อ่าน 2240 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Webmaster™
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 269



เว็บไซต์
| |
« เมื่อ: เมษายน 22, 2012, 12:21:34 AM »

ทฤษฎีใหม่ที่นักประวัติศาสตร์และทีมนักดาราศาสตร์ศึกษาค้นคว้า เสนอออกมาในปีแห่งการรำลึกร้อยปีโศกนาฏกรรมไททานิก



      ทั้งที่มีการสอบสวนในระดับรัฐบาลสองครั้ง มีหนังสือออกมามากมายนับไม่ถ้วน กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทำเงินถล่มทลาย เพราะยังมีผู้ที่เชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นเพราะความเขลา และความอวดดีของมนุษย์เท่านั้นที่เป็นสาเหตุหลัก
    
      มีสองทฤษฎีใหม่ที่นักประวัติศาสตร์และทีมนักดาราศาสตร์ศึกษาค้นคว้า เสนอออกมาในปีแห่งการรำลึกร้อยปีโศกนาฏกรรมไททานิก คือ ไททานิกอาจเป็นเหยื่อของมิราจ หรือภาพผิดปกติของวัตถุในระยะไกลที่เกิดจากการหักเห หรือสะท้อนของแสง คล้ายกับภาพลวงตา ที่ผู้คนเห็นในทะเลทราย กับทฤษฎีโยงปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ ที่ไม่เกิดบ่อยนักแต่เกิดช่วงนั้นพอดี ส่งผลให้ภูเขาน้ำแข็งลอยเข้ามาอยู่ในเส้นทางเดินเรือ
    
      ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ และนักประวัติศาสตร์ไททานิกกลุ่มเดิม แย้งว่า ความพยายามที่จะหาสาเหตุทางธรรมชาติ มาสนับสนุนทฤษฎีการอัปปางของเรือยักษ์ อาจเป็นการแสวงหาข้อแก้ตัวให้แก่มนุษย์เราเท่านั้น

       ทิม มาลติน นักประวัติศาสตร์ ที่เขียนหนังสือสามเล่มเกี่ยวกับไททานิก เล่มล่าสุดเป็นอี-บุ๊ก ชื่อ "A Very Deceiving Night" ให้น้ำหนักกับปรากฏการณ์เกี่ยวกับแสง ที่อาจลวงตาลูกเรือในคืนฟ้ากระจ่าง โดยมาลติน เชื่อว่า นี่อาจเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ท้องฟ้าในคืนนั้นสดใสไร้เมฆ แต่จากคำบอกเล่าของลูกเรือหลายลำ รวมทั้งลูกเรือไททานิกเอง บอกว่า มีบางอย่างผิดปกติในช่วงวันสองวันก่อนเกิดเหตุ

       มาลติน กล่าวว่า อากาศเย็นผิดปกติ บิดเบี้ยวการเดินทางของแสง ทำให้แสงโน้มลงต่ำอย่างผิดวิสัย จนเกิดเป็นภาพลวงตา และคำให้การของวิลเลียม แมคมาสเตอร์ เมอร์ด็อก หนึ่งในผู้บังคับเรือไททานิกที่รอดชีวิต ก็พบว่า เขาเห็นอะไรบางอย่างคล้ายหมอกควันที่เส้นขอบฟ้า และจู่ๆ ภูเขาน้ำแข็งก็ปรากฏออกมาจากความพร่าเลือนนั้น นอกจากนี้ เรือลำอื่นๆ รวมทั้งผู้รอดชีวิต เล่าตรงกันว่า เห็นภาพแสงประหลาดลักษณะเดียวกัน และมีปัญหาในการเดินเรือใกล้ๆ ภูเขาน้ำแข็ง

       ขณะที่นักฟิสิกส์ อย่างโดนัลด์ โอลสัน และรัสเซลล์ ดาสเชอร์ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส เสนออีกทฤษฎีในนิตยสารสกาล แอนด์ เทเลสโคป ที่สอดรับกับความเชื่อของมาลติน โดยโอลสัน ที่มักเชื่อมโยงปรากฏการณ์ดาราศาสตร์แปลกๆ กับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ กล่าวว่า สองเดือนก่อนหน้านั้น ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และโลก โคจรมาอยู่ในแนว ที่ทำให้แรงดึงดูดกระแสน้ำบนโลกขึ้นลงผิดปกติ และในเวลานั้น โลกอยู่ในตำแหน่งใกล้ดวงจันทร์มากที่สุดในรอบ 1,400 ปี

       ทั้งสอง ศึกษาบันทึกทางประวัติศาสตร์และดาราศาสตร์ ที่ผู้เชี่ยวชาญปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงคนหนึ่ง ศึกษาไว้เมื่อปี 2522 ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงผิดปกติ เป็นเหตุให้ธารน้ำแข็งแตกเป็นภูเขาน้ำแข็งออกจากกรีนแลนด์ ภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่เคลื่อนไปทางทิศใต้ไปติดอยู่ใกล้ๆ กับแถบบลาบราดอร์และนิวฟาวด์แลนด์ แต่หลังจากนั้น ก็เคลื่อนตัวช้าๆ ไปทางใต้ต่อ ทับเส้นทางเดินเรือเวลาที่ไททานิกล่องมาพอดี

      ในประเด็นนี้ สอดรับกับทฤษฎีของมาลติน ที่เชื่อว่า น้ำแข็งที่เพิ่มจำนวนในท้องทะเล ทำให้อากาศเหนือพื้นน้ำเย็นกว่าอากาศด้านบนมากขึ้น และยิ่งส่งผลให้มิราจปรากฏชัด
เจมส์ เดลกาโก ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ กล่าวว่า ทฤษฎีและงานวิจัยใหม่ๆ มีความสำคัญ แต่ต้องไม่ลืมข้อเท็จจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยว่า พวกเขาไม่ฟังคำเตือน และเพราะเรือแล่นเร็วเกินไป จึงพุ่งชนภูเขาน้ำแข็ง

      เช่นเดียวกับ ลี คลาร์ค ผู้เชี่ยวชาญด้านพิบัติภัยเจ้าของผลงานหนังสือ "Worst Cases" กล่าวว่า กระแสน้ำและมิราจอาจเกิดขึ้นจริง แต่การโทษว่าเป็นสาเหตุให้ไททานิกอับปางนั้น ผิดพลาด เพราะข้อมูลพื้นฐานของเรื่องเศร้า ที่ไม่อาจโต้แย้งได้ คือเรือแล่นเร็วเกินไปในท้องทะเลที่อันตราย หากไททานิกหยุดนิ่งเสียในคืนนั้น เพราะก้อนน้ำแข็ง เหมือนกับที่เรือแคลิฟอร์เนียนทำ ในเวลานั้น ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงและมิราจ ก็ไม่มีผลแต่อย่างใด

      14 เมษายน วันที่ชนภูเขาน้ำแข็ง ไททานิกได้รับการเตือนให้ระวังก้อนน้ำแข็ง รวมทั้งคำเตือนจากเรือแคลิฟอร์เนียน เกือบชั่วโมง ก่อนเผชิญโศกนาฏกรรม ข้อความนั้นระบุว่า "เราหยุดเดินเรือและมีน้ำแข็งล้อมรอบอยู่" แต่ไททานิกไม่สนใจและบอกว่า "เรายุ่งอยู่"

     แต่ชาร์ลส เพอร์โรว์ ผู้เชี่ยวชาญภัยพิบัติมหาวิทยาลัยเยล มองว่า ทฤษฎีมิราจ น่าคิด เพราะอากาศเย็นที่ก่อปรากฏการณ์แสงพร่าเลือน เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เครื่องบินประสบเหตุตกในแอนตาร์กติกา เมื่อปี 2522 มาแล้ว ซึ่งในตอนแรก โทษว่าเป็นความผิดพลาดของนักบิน

      ขณะที่สตีเวน บีล ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เชิงวัฒนธรรมของหายภัยไททานิก แสดงความเข้าใจในความพยายามแสวงหาสาเหตุการจมของเรือยักษ์อย่างไม่จบสิ้น เพราะการได้ย้อนกลับไปคิดไขปริศนาสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ฉุกเฉิน และควบคุมไม่ได้ในอดีตนั้น ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งก็ว่าได้
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=mzgtthLqIJE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=mzgtthLqIJE</a>


Credit:bangkokbiznews.com

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Modifications by Dekphysics.Com Team Valid XHTML 1.0! Valid CSS!