อะไรเอ่ยในอะตอม

ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ม.4 ฟิสิกส์มัธยม ฟิสิกส์มหาลัย โจทย์ฟิสิกส์ ข้อสอบฟิสิกส์
ธันวาคม 15, 2018, 10:43:31 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
คุยกับ webmaster
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อะไรเอ่ยในอะตอม  (อ่าน 7209 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Webmaster™
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 269



เว็บไซต์
| |
« เมื่อ: เมษายน 20, 2011, 12:31:59 PM »


รูปแสดงโครงสร้างของอะตอมทอง บริเวณสีเหลืองคือนิวเคลียสและวงกลมสีดำที่มีประจุเป็นเครื่องหมายลบที่อยู่ด้านนอกคืออิเล็คตรอน

     อะตอม (atom) เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสสาร ยกตัวอย่างง่ายๆแบบที่ใครๆก็รู้จัก ต่างก็รู้จักเช่น ทอง (gold ซึ่งมาจากภาษา อังกฤษโบราณว่า geolo ที่แปลว่าสีเหลืองหรือ yellow ในปัจจุบันที่ออกเสียงคล้ายกันนั่นเอง) ทองไม่ว่าจะเป็นทองแท่งทองรูปพรรณที่เห็นๆกันเหลืองอร่าม งามงดกันอย่างนั้นจริงๆแล้ว เจ้าก้อนสีเหลืองนี้ประกอบ ด้วยหน่วยเล็กเล็กที่เรียกกันว่าอะตอมของทอง (อักษรย่อทางเคมีของทองคือ Au มาจากภาษาละตินว่า Aurum)

      ภายในอะตอมประกอบด้วยสามสิ่งหลักคือ หนึ่งคืออิเล็คตรอน (electron) ซึ่งเป็นอนุภาคมีมวล 9.11 x10-31 กิโลกรัมและมีประจุเป็นลบ (-1) เจ้าอิเล็คตรอนนี้จะโคจรอยู่รอบๆใจกลางของอะตอมหรือที่เรียกกันว่า นิวเคลียส (nucleus - พหูพจน์คือ nuclei)  สองโปรตอน(proton)เป็นอนุภาคที่มีประจุเป็นบวก(+1)และมี มวล 1.67x10-27 กิโลกรัมและสามนิวตรอน(neutron)ซึ่งเป็นอนุภาคไม่มีประจุแต่มีมวลใกล้เคียงกับโปรตอน สำหรับโปรตรอนและนิวตรอนจะถูกเรียกรวมกันว่านิวคลีออน (nucleon)

เรามาเปรียบเทียบขนาดของอะตอมกับอนุภาคเหล่านี้กันเถอะ

อะตอม      มีขนาด   1x10-10 เมตร

นิวเคลียส   มีขนาด   1x10-15 เมตร

นิวตรอน หรือ โปรตรอน มีขนาด 1x10-15 ถึง 1x10-14 เมตร

อิเล็คตรอนเป็นอนุภาคที่ไม่ทราบขนาดแน่นอนแต่ประมาณได้ว่า 1x10-18 เมตร

       โอ้โหเล็กขนาดนี้แล้วอย่างเราจะไปเห็นอะตอมได้อย่างไร นักฟิสิกส์ก็มีอาวุธ ตัวหนึ่งเรียกว่า STM (scanning tunneling microscope) ที่เอาไว้ศึกษาตำแหน่งของอะตอมบนพื้นผิวโดย ใช้หลักการคือเจ้า STM จะมีหัววัด (probe) ที่มีปลายแหลมเล็กมากซึ่งสามารถเคลื่อนที่ไปบนพื้นผิวของสสาร เจ้าหัววัดนี้เองจะปล่อยกระแสที่เรียกว่า tunneling currents ทำหน้าที่เป็นตัวตรวจหาตำแหน่งของอะตอม ต่างๆนั่นเอง

รูปถ่ายจาก STM ขนาด 7nm x 7nm แสดงอะตอมของ Cesium (บริเวณสีแดง) ที่อยู่บนผิวของ Gallium-Arsenide (บริเวณสีน้ำเงิน)

       เจ้าอนุภาคสามตัว (โปรตอน นิวตรอน และอิเล็คตรอน) ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นยังไม่ใช่หน่วยที่เล็ก ที่สุดของสสาร นักฟิสิกส์ได้ค้นพบว่าหน่วยที่เล็กไปกว่านั้นเรียกว่า ควาร์ก (quark) และ เล็ปตอน (lepton) ย้อนไปในปี 1963 นาย Murray Gell-Mann (Nobel Prize 1969) เป็นคนแรกที่ใช้คำว่าควาร์กนี้ เขาเล่าว่า ตอนแรกเขาคิดอยู่ในใจว่าเจ้าอนุภาคที่เล็กที่สุดเนี่ยมันเหมาะกับเสียงเรียกว่า kwork แต่เขาเผอิญไปอ่าน หนังสือเล่มหนึ่งของ Jame Joyce ที่ชื่อว่า Finnegans Wake ที่มีอยู่บทหนึ่งกล่าวขึ้นต้นว่า “ Three quarks for Muster Mark! Sure he hasn’t got much of a bark. “  สังเกตว่าคำว่า quark จะออกเสียงคล้าย kwork แล้วบังเอิญที่ว่าในธรรมชาติควาร์กจะอยู่ด้วยกันสามตัว (ในตอนนั้นพบควาร์กประเภทที่อยู่ด้วยกัน สามตัวเท่านั้น) มันก็ไปพ้องกับกลอนบทนี้ สุดท้ายเลยตัดสินใจสะกดแบบ quark แทน

      ควาร์ก  มีหกชนิดแต่ที่ประกอบเป็นนิวตรอนและโปรตรอนคือ upquark (u) และ downquark (d) โดยที่ u จะมีประจุเป็น +2/3 ส่วน d มีประจุเป็น -1/3 โปรตรอนจะประกอบด้วย u สองตัวและ d หนึ่งตัว (ลองเอาสองส่วนสามคูณสองลบหนึ่งส่วนสามดูจะเท่ากับบวกหนึ่งซึ่งเป็นค่าประจุของโปรตรอนนั่นเอง) สำหรับนิวตรอนจะมี u หนึ่งตัวแต่มี d สองตัว บวกลบคูณหารกันแล้วก็ได้ค่าประจุของนิวตรอนเป็นศูนย์ สำหรับประวัติของเจ้า u และ d นั้นถูกค้นพบโดยการทดลองของ Friedman, Kendall และ Taylor ในปี 1968 ซึ่งต่อมาทั้งสามก็ได้รับโนเบลฟิสิกส์ในปี 1990

      ควาร์กเป็นอนุภาคที่ต้องอยู่ด้วยกันสองหรือสามตัวเสมอเรียกว่าฮาดรอน (hadrons) เราจะไม่พบ ควาร์กอยู่เดี่ยวๆ เจ้าควาร์กเหล่านี้อยู่รวมกันได้โดยมีอนุภาคอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่ากลูออน (gluon) ซึ่งเป็น กาวสมชื่อทำหน้าที่เป็น force carrier เชื่อมอยู่ระหว่างควาร์กแต่ละตัว

      สำหรับอิเล็คตรอนไม่ได้ประกอบจากควาร์กเช่นเดียวกับโปรตอนและนิวตรอนแต่อิเล็คตรอนเป็น อนุภาคที่ถูกจัดให้เป็นประเภทเล็ปตอน (lepton) ซึ่งปัจจุบันพบอยู่หกชนิด เล็ปตอนเป็นอนุภาคที่ไม่จำเป็น ต้องอยู่รวมกันแบบควาร์ก
      ศาสตร์แห่งอนุภาคที่เรียกกันว่า Particle Physic นั้นเป็นสาขาที่น่าสนใจได้มีการศึกษากันมานับจาก สมัยที่นายทอมสันค้นพบอิเล็คตรอนเป็นคนแรกในปี 1897 จากนั้นก็ศึกษาวิจัยกันมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึง ปัจจุบันได้มีการค้นพบควาร์กถึงหกชนิด เล็ปตอนอีกหกชนิด และ force carrier อีกสี่ชนิด ทำให้สาขาอนุภาค ฟิสิกส์นี้กวาดรางวัลโนเบลมามากต่อมาก ถึงแม้ว่าการทำการวิจัยในสาขานี้ต้นทุนการทดลองจะมโหฬาร แต่เนื่องจากลึกๆแล้วมันเป็นการสนองความอยากรู้อยากเห็นของมนุษยชาติที่ว่า จักรวาลเกิดจากอะไรนั่นเอง

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=SMgi2j9Ks9k" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=SMgi2j9Ks9k</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=TGrDj5vFefQ" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=TGrDj5vFefQ</a>

Credit:physics.science.cmu.ac.th


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2011, 01:40:27 PM โดย Webmaster™ » บันทึกการเข้า
planoi
Newbie
*
กระทู้: 1


อีเมล์
| |
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2012, 11:25:46 PM »

หากคุณกำลังมองหา บุหรี่ไฟฟ้า ทันสมัยที่ผลิตรสชาติที่ดีและมีการผลิตควันไอน้ำได้มากแล้วละก็ คำตอบนั้นก็คือ elips-C ซึ่งเป็นรุ่นบุหรี่ไฟฟ้าล่าสุดที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงามโดย ovale ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และในรุ่นของ elips-C นี้ก็มีการปรับปรุงการไหลของอากาศให้ดียิ่งขึ้น ภายในก็มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ Atomiser แบบใหม่อีกด้วย ovale ผมมีข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับแบตเตอรี่ชนิด Lithium-ion (อ่านว่า ลิเธียมไอออน) ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นชนิดที่บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้กัน ดังนี้ บุหรี่ไฟฟ้า อีกทั้งยังมีผู้ให้บริการหลากแบบเพื่อรอ ให้บริการท่าน ในพท.ทั่วกรุงเทพ และทั่วทุกภาค ประโยคสุดท้ายที่ผมพูดเวลาอธิบายเพื่อนไปแล้วมันก็ยังไม่ฟัง "ถ้าผมสูบบุหรี่อีก 20 ปี พนันกันใหมผมจะเป็นมะเร็ง  สำหรับขั้นตอนการเลิกบุหรี่ด้วยบุหรี่ไฟฟ้า ผมนำมาจากเอกสารกำกับสินค้า บุหรี่ไฟฟ้า ราคา แอมโมเนีย มีฤทธิ์ระคายเคืองเนื้อเยื่อ ทำให้แสบตา แสบจมูก หลอดลมอักเสบ ไอมีเสมหะมาก บุหรี่ไฟฟ้า ovale  หลอดลม. หลอดอาหาร joyetech บุหรี่ไฟฟ้าทำงานด้วยแบตเตอร์รี่ลิเธียมและไมโครชิพซึ่งเป็นหัวใจของระบบ ทำให้มีไฟสีแดงสว่างวาบที่ปลายมวน ผสมเข้ากับแท่งนิโคติน ภายในบรรจุนิโคตินและสารโพรไพลีนไกลคอล (PG) ในแบบรูปของเหลว มีให้เลือกตั้งแต่ไม่มีนิโคติน หรือ โลว์ – มีเดียม –ไฮ  ตามความต้องการของผู้ใช้  ขณะที่อุปกรณ์ขนาดจิ๋ว (ไมโครชิพ) ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนของเหลวให้กลายเป็นละอองหมอก และจะทำให้นิโคตินเหลวร้อนขึ้นเมื่อผู้ใช้สูบ (เปิด/ปิด อัตโนมัติเมื่อมีอากาศไหลผ่าน)  และกลายเป็นไอภายในสองวินาที ให้ได้รับสารนิโคตินในเกือบจะทันที แต่ไม่มีน้ำมันดินและสารก่อมะเร็งใดๆ
บันทึกการเข้า
nuning1
Newbie
*
กระทู้: 3


อีเมล์
| |
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 27, 2018, 09:48:42 AM »

สุดยอดมาก ขอบคุณที่นำมาเผยแพร่

Gclub มือถือ 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Modifications by Dekphysics.Com Team Valid XHTML 1.0! Valid CSS!